5 เส้นทางรถไฟสุดสวย สัมผัสเสน่ห์ธรรมชาติฤดูหนาวของญี่ปุ่น

Last updated: 2020-11-25  |  383 จำนวนผู้เข้าชม  | 

5 เส้นทางรถไฟสุดสวย สัมผัสเสน่ห์ธรรมชาติฤดูหนาวของญี่ปุ่น

ฤดูหนาวของญี่ปุ่นเริ่มต้นตั้งแต่ประมาณเดือนธันวาคมไปจนถึงกุมภาพันธ์ของทุกปี สิ่งที่เมื่อมีโอกาสไปญี่ปุ่น ต้องไปลองสักครั้ง ก็คือการเปิดประสบการณ์การชมวิวทิวทัศน์ในฤดูหนาวสุดอลังการด้วยรถไฟท่องเที่ยว ที่คุณจะได้สัมผัสกับเสน่ห์ของธรรมชาติในฤดูหนาวของญี่ปุ่นได้อย่างแท้จริง ซึ่งจะมีเส้นทางไหนบ้าง ตามไปดูกันเลยค่ะ

 
1. รถไฟ้ฟ้า SL ฟุยุ โนะ ชิทสึเก็น (SL Fuyu-no-Shitsugen Train), ฮอกไกโด (Hokkaido)


     

©Photo ac

รถไฟ SL ฟุยุ โนะ ชิทสึเก็น (SL Fuyu-no-Shitsugen Train) เป็นรถไฟหัวจักรไอน้ำรุ่นปี ค.ศ.1940 ที่เปิดให้บริการเดินรถเป็นพิเศษเฉพาะช่วงฤดูหนาวของทุกปี โดยเริ่มเปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 2000 ในทุกปีรถไฟจะวิ่งให้บริการในช่วงเดือนปลายเดือนมกราคมถึงปลายเดือนกุมภาพันธ์ รถไฟท่องเที่ยวขบวนนี้วิ่งระหว่างสถานีคุชิโระ (Kushiro) ไปจนถึงสถานีชิเบชะ (Shibecha) ของฮอกไกโด (Hokkaido)

รถไฟหัวจักรไอน้ำขบวนนี้จะวิ่งเต็มกำลังพร้อมเสียงหวูดและพ่นควันสีขาวพวยพุ่งไปตลอดทาง รถไฟขบวนนี้จะวิ่งผ่านไปตามพื้นที่ชุ่มน้ำคุชิโระ (Kushiro Marsh) ท่ามกลางหิมะขาวโพลน จากหน้าต่างรถไฟสามารถเพลิดเพลินกับทัศนียภาพของดินแดนสีขาวกว้างไกลสุดลูกหูลูกตาในช่วงฤดูหนาวได้อย่างเต็มอิ่ม ถ้าโชคดีอาจจะมีโอกาสได้พบสัตว์ป่าที่อาศัยอยู่ในบริเวณนี้ อาทิ นกกระเรียน กวางเอโซะฮอกไกโดได้อีกด้วย

นอกจากนี้ภายในขบวนรถไฟก็ยังมีคาเฟ่ที่จำหน่ายขนม ข้าวกล่องรถไฟหรือเอะคิเบ็น (Ekiben) รวมถึงของที่ระลึกต่างๆ และบนรถไฟยังมีเตาโบราณลักษณะคล้ายตุ๊กตาดารุมะ (Daruma) ซึ่งเป็นตุ๊กตานำโชคของญี่ปุ่น ผู้โดยสารสามารถซื้อปลาหมึกแห้งที่มีจำหน่ายบนรถไฟมาปิ้งบนเตาทานได้ระหว่างโดยสารรถไฟ กลิ่นหอมของปลาหมึกย่างหอมตลบอวบอวลจนเกินห้ามใจ

 
2. รถไฟสายอะคิตะไนริคุ (Akita Nairiku Line), อะคิตะ (Akita)

     


รถไฟสายอะคิตะไนริคุ (Akita Nairiku Line) เป็นรถไฟท้องถิ่นขบวนสั้นๆ 1 ตู้โดยสาร ที่วิ่งให้บริการตลอดทั้งปี ระหว่างสถานีทาคาโนะสุ (Takanosu) ในเมืองคิตะอะคิตะ (Kita Akita) ทางตอนเหนือของจังหวัดอะคิตะ (Akita) และสถานีคะคุโนะดาเตะ (Kakunodate) เมืองเซ็มโบะคุ (Semboku) เป็นระยะทาง 94.2 กิโลเมตร รวมทั้งหมดจำนวน 29 สถานี


พิเศษในช่วงฤดูหนาวผู้โดยสารรถไฟสามารถดื่มด่ำกับทิวทัศน์สุดอลังการจากหน้าต่างรถไฟได้อย่างใกล้ชิด สถานที่ต่าง ๆ สองข้างทางที่รถไฟแล่นผ่านจะถูกปกคลุมไปด้วยหิมะสีขาวโพลน ทั้งเทือกเขา สะพานข้ามแม่น้ำ และแม่น้ำที่แข็งตัวกลายเป็นน้ำแข็งสวยงามราวกับภาพวาด

นอกจากนี้รถไฟสายนี้ยังมีอีกชื่อเรียกหนึ่งว่า “สไมล์เรล (Smile Rail)” หรือรถไฟแห่งรอยยิ้ม เพราะนอกเหนือจากทัศนียภาพอันงดงามแล้ว ยังมีรอยยิ้มของผู้คนในท้องถิ่นที่พร้อมต้อนรับผู้มาเยือนให้ได้สัมผัสถึงเสน่ห์ของอะคิตะและมีรอยยิ้มกลับไปด้วยเช่นกัน

 
3. รถไฟ JR สายทะดะมิ (JR Tadami Line), ฟุคุชิมะ (Fukushima)

     

รถไฟ JR สายทะดะมิ (JR Tadami Line) คือรถไฟที่วิ่ง เชื่อมการเดินทางระหว่างสถานีไอซุวะคะมัตสุ (Aizu-Wakamatsu) จังหวัดฟุคุชิมะ (Fukushima) กับสถานีโคอิเดะ (Koide) จังหวัดนีงะตะ (Niigata) ด้วยระยะทางกว่า 135 กิโลเมตร พาดผ่านเส้นทางป่าเขา แม่น้ำลำธาร และความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ รถไฟ JR สายทะดะมิ (JR Tadami Line) ผ่านทั้งหมด 36 สถานี โดยเส้นทางนี้เปิดบริการตั้งแต่ ค.ศ. 1942 และยังคงกลิ่นอายเก่าแก่ของเส้นทางรถไฟสายนี้ไว้ได้อยู่

นั่งรถไฟพร้อมชมทิวทัศน์ที่งดงาม บรรยากาศโดยรวมของภูมิภาคนี้ค่อนข้างเงียบสงบ รายล้อมไปด้วยภูเขาสูงกว่า 1,000 เมตร จุดเด่นของพื้นที่บริเวณนี้คือภูมิประเทศที่มีทะเลสาบซึ่งเกิดจากความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติโดยรอบและหุบเขาที่สวยงาม และยังมีอนเซ็น รวมถึงอาหารท้องถิ่นรสเลิศที่ใช้ปลาแม่น้ำและพืชพันธุ์จากป่าเป็นส่วนประกอบ

สิ่งที่ทำให้รถไฟสายนี้โดดเด่นและเป็นที่พูดถึงของคนส่วนใหญ่นั่นก็คือจุดถ่ายภาพรถไฟ JR สายทะดะมิ (JR Tadami Line) กับวิวโดยรอบ ซึ่งเป็นที่นิยมอย่างมากจากช่างภาพทั้งมืออาชีพและมือสมัครเล่น ตลอดไปจนช่างภาพชาวต่างชาติมากมายที่ต้องการเดินทางมาเก็บภาพสวย ๆ ของรถไฟสายนี้ โดยช่วงเวลาที่นิยมมาเก็บภาพมากที่สุดนั้นจะเป็นช่วงฤดู ใบไม้เปลี่ยนสี และฤดูหนาวที่หิมะปกคลุมไปทั่วบริเวณเขา ซึ่งตัดกับรถไฟสีเขียว ทำให้ได้ภาพที่สวยงามเก็บไว้อวดเพื่อนได้อย่างแน่นอน

 

4. รถไฟเอะจิโกะโทะคิเมะคิ รีสอร์ท เซ็ทสึเง็กกะ (Echigo Tokimeki Resort-SETSUGEKKA), นีงะตะ (Niigata)

     

รถไฟเอะจิโกะโทะคิเมะคิ รีสอร์ท เซ็ทสึเง็กกะ (Echigo Tokimeki Resort-SETSUGEKKA) คือรถไฟห้องอาหารที่จะสร้างประสบการณ์สุดหรูจากการรับประทานอาหารชั้นเลิศกับวิวสุดพิเศษไม่เหมือนใครบนเส้นทางระหว่างไปสถานีอิโตะอิกะวะ (Itoikawa) จนถึงสถานีโจเอะสึเมียวโกะ (Joetsu Myoko)

ขบวนรถไฟนี้ตกแต่งทั้งภายนอกและภายในได้อย่างหรูหรา มีกระจกหน้าต่างขนาดใหญ่เปิดรับแสงและเปิดให้เห็นวิวทิวทัศน์ภายนอกรถไฟได้อย่างเต็มที่ ขบวนรถไฟประกอบไปด้วยรถไฟ 2 ตู้ โดยตู้ที่ 1 จะมีโซนที่นั่งชมวิวและทานอาหาร High Deck ที่เป็นเหมือนจุดชมวิวและถ่ายภาพ และอีกส่วนคือห้องน้ำ ส่วนของตู้ที่ 2 นั้นจะประกอบไปด้วย Sakura Lounge เป็นบาร์เล็ก ๆ ให้ลูกค้าได้ยืนจิบเครื่องดื่มชมวิวสองข้างทางได้อย่างเพลิดเพลิน และโซนห้องรับประทานอาหารที่ตกแต่งได้อย่างหรูหรา เพื่อให้สมกับอาหารชั้นเลิศที่ถูกรังสรรค์มาอย่างดีจากเชฟมากประสบการณ์และวัตถุดิบท้องถิ่นที่หลากหลาย นอกจากจะอิ่มเอมกับอาหารชั้นเลิศแล้ว ยังได้รื่นรมย์ไปกับทิวทัศน์อันงดงามของท้องทะเลและภูเขาอีกด้วย นับเป็นการเดินทางโดยรถไฟที่จะได้เต็มอิ่มกับทัศนียภาพอันเต็มไปด้วยเสน่ห์งดงามของจังหวัดนีงะตะในทุกๆ ฤดูกาล

นอกจากนี้ขบวนรถไฟจะจอดให้ผู้โดยสารได้แวะเดินเที่ยวสัมผัสกับชาวเมืองในบางสถานีอีกด้วย เรียกได้ว่าทริป 3 ชั่วโมงนี้จะเต็มไปด้วยความสุขและประสบการณ์ล้ำค่าที่ไม่มีใครเหมือนอย่างแน่นอน

 
5. รถไฟ Oykot (Joyful Train Oykot), นะงะโนะ (Nagano)

     

รถไฟ Oykot (Joyful Train Oykot) โดยคำว่า Oykot เป็นการสะกดคำแบบกลับหลังจากคำว่า Tokyo เพื่อสื่อถึงความแตกต่างจากเมืองหลวงโตเกียวนั่นเอง รถไฟขบวนนี้เป็นรถไฟท่องเที่ยวหนึ่งในเครือ Joyful Trains ที่วิ่งระหว่างสถานีนะงะโนะ (Nagano) ในจังหวัดนะงะโนะ (Nagano) กับ สถานีโทคะมะจิ (Tokamachi) ในจังหวัดนีงะตะ (Niigata) โดยรถไฟ Oykot มีคอนเซ็ปต์ให้ชวนนึกถึงชนบทของประเทศญี่ปุ่น เหมือนกับการที่ได้หลีกหนีจากความวุ่นวายในเมืองใหญ่กลับไปสู่บ้านคุณตาคุณยาที่อบอุ่นนั่นเอง

ในระหว่างการเดินทางนั้น รถไฟจะหยุดที่สถานีอียะมะ (Iiyama) ที่สถานีนี้สามารถลงจากรถเพื่อชมงานนาฬิกาที่ประณีตได้ที่ Karakuri Clock โดยทุกครั้งที่นาฬิกาตีขึ้นชั่วโมงใหม่ สามารถชมและฟังตุ๊กตาไขลานออกมาเต้นจำลองการแสดงพร้อมเพลงพื้นบ้านยอดนิยม ภายในสถานียังมีร้านหลายแห่งที่จำหน่ายอาหารและของขบเคี้ยวที่เป็นของท้องถิ่นอยู่ด้วย และสถานีโมริมิยะโนะฮะนะ (Morimiyanohana) ที่นั่นเป็นจุดที่มีหิมะตกหนักที่สุดในบริเวณสามารถลงไปเดินเล่นยืดเส้นยืดสายถ่ายภาพสวยๆ กันได้

ตลอดเส้นทางของการเดินทางด้วยรถไฟ Oykot (Joyful Train Oykot) จะวิ่งผ่านชนบทที่อุดมสมบูรณ์ของท้องนา ในฤดูร้อนก็จะเห็นเขียวขจีตลอดสองข้างทาง แต่ถ้าหากเลือกเดินทางในช่วงฤดูหนาว บรรยากาศรอบตัวนั้นจะถูกเติมเต็มไปด้วยหิมะขาวนวลตลอดเส้นทาง เป็นบรรยากาศพิเศษที่ควรค่าแก่การลองไปเที่ยวดูสักครั้ง ภายในขบวนรถไฟยังมีการแสดงเพลงโฟล์คซองและการเล่านิทานพื้นบ้านให้ผู้โดยสารได้ร่วมสนุกอีกด้วย เรียกได้ว่าการเดินทางในครั้งนี้จะไม่มีทางเบื่ออย่างแน่นอน ทำให้การเดินทางเพียง 2 ชั่วโมงกว่า ๆ เต็มไปด้วยความประทำใจไม่รู้ลืม


ขอบคุณที่มาจาก @JNTO องค์การส่งเสริมกรท่องเที่ยวแห่งประเทศญี่ปุ่น 

Powered by MakeWebEasy.com